วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โปรแกรมที่ 1 กรุงเทพ-แพร่-น่าน-สปป.ลาว(7 วัน)

ตามรอยอารยธรรมล้านนา
ระยะยาว (7-8 วัน)
โปรแกรมที่ 1 กรุงเทพ-แพร่-น่าน-สปป.ลาว(7 วัน)
วันแรก เริ่มออกเดินทางจาก กรุงเทพ สายๆ หน่อยก็ย่อมได้ เพราะระยะทางจากกรุงเทพ ถึง แพร่ ประมาณ 6-7 ชม.เท่านั้น ขับรถแล่นฉิวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งจังหวัด สระบุรี จากสระบุรีถึงแยกพุแค สู่ทางหลวงหมายเลขที่ 21 ผ่านลำนารายณ์ จนถึงเที่ยงตรงแวะกิน ไก่ย่างวิเชียรบุรี มีให้เลือกหลายร้าน หลังจากอิ่มท้องแล้วตรงไปจนถึงแยกหล่มสักให้เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ก่อนเข้าสู่แยกวังทอง แวะ จิบกาแฟสด กลิ่นหอมกรุ่น ที่มีให้เลือกแทบทุกชนิด ทุกร้าน ขณะเดียวกันก็ชมความสวยงามของ ลำน้ำเข็ก ที่ไหลผ่านแล้วเกิดเป็น น้ำตกปอย น้ำตกแก่งซอง ฯลฯ แวะชื่นชมความงามก่อนก็ได้ จากนั้นเดินทางต่อไปแยกวังทอง เข้าทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านอำเภอเด่นชัย เข้าเขตเมืองแพร่ รับประทานอาหารเย็นที่ ครัวยมหอม ในโรงแรมแม่ยมพาเลส บนถนนยันตรกิจโกศลและเข้าพักที่นี้เพื่อความสะดวก หลับอย่างสบายเอาแรงไว้เที่ยวต่อในวันพรุ่งนี้
วันที่สอง เริ่มต้นที่ตัวเมือง ฝากท้องไว้กับ ตลาดโต้รุ่ง บนถนนรอบเมือง จากนั้นเดินทางไปนมัสการ พระธาตุช่อแฮ ตามทางหลวงหมายเลข 1022 (ถนนช่องแฮ) ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 9 กม.โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ จากนั้นกลับเข้ามาทานอาหารเที่ยงในเมืองมีร้านอาหารอร่อยของพื้นเมืองเหนืออยู่หลายร้าน อาทิ สวนอาหารบ้านฝ้าย หรือร้านอาหาร บ้านสวน บนถนนราษฏร์ดำเนิน จากนั้นขับรถต่อมุ่งไปยังเส้นทางหลวง 101 และแยกเข้าเส้นทางหลวง 103 เข้าสู่อำเภอสอง นมัสการ พระธาตุพระลอ สถานที่ที่มีตำนานรักของพระลอกับพระเพื่อน พระแพง อันเป็นที่มาของวรรณคดีไทยลือชื่อ จากนั้นขับรถไปตามเส้นทางสายสอง-งาว ประมาณ 20 กม.จะถึง อุทยานแห่งชาติแม่ยม แวะพักแค้มป์ที่อุทยานฯ(แต่ต้องเตรียมเต็นท์และถุงนอนมาด้วย)
วันที่สาม ตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ รับประทานอาหารเช้าง่ายๆ แถวที่ทำการอุทยานฯ และเตรียมสำหรับมื้อกลางวันด้วย จากนั้นเดินชมความงามของสายน้ำผ่านแก่งหินที่ แก่งเสือเต้น สายน้ำที่มีหินก้อนหนึ่งมีลักษณะเหมือนรอยเท้าเสือประทับอยู่ แล้วเดินเท้าสู่ ดงสักงาม ประมาณ 6 กม.จะเห็นความงามของดงสักที่ออกดอกสีเหลืองอร่าม(เฉพาะในช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม) จากนั้นช่วงบ่ายแก่ๆ ขับรถเข้าสู่ หล่มด้ง อยู่ห่างากที่ทำการฯ 10กม.เพื่อชม พระอาทิตย์ตกดินที่จุดชมวิว กลับที่พัก พักผ่อนอย่างสบายหามื้อเย็นแถวๆ ที่ทำการอุทยานฯอีกหนึ่งคืน
วันที่สี่ หลังจากทานมื้อเช้าอย่างง่ายๆ แล้ว ขับรถต่อใช้เส้นทางหลวง 1120 ผ่านอำเภอ เชียงม่วน ที่ พะเยา แล้วแยกขวาเข้าสู่ จังหวัดน่าน เส้นทาง 1091 ตรงเข้าสู่เมืองน่านนมัสการ วัดภูมินทร์ ที่มีจิตรกรรมสะท้อนวิถีชีวิตชาวน่าน บนถนนผากอง จากนั้นข้ามไปเที่ยว วัดพระธาตุช้างค้ำ ที่เหลืองอร่ามตระการตา ก่อนที่จะทานมื้อเที่ยงในเมือง มีให้เลือกอยู่หลายร้าน แนะนำที่ร้าน เรือนแก้ว ถนนสมุนเทวราช อิ่มหนำสำราญแล้วเดินทางต่อใช้เส้นทางหลวง 1080 มุ่งตรงไปสู่ อำเภอท่าวังผา มีทางแยกขวาไป วัดหนองบัว ชมความงามของศิลปะชาวไทยลื้อ จากนั้นมุ่งสู่ อำเภอบัว แวะพักผ่อนพร้อมทานอาหารเย็นที่ โรงแรมป่าปัวภูคา
วันที่ห้า รับอรุณกับอาหารเช้าที่โรงแรมก่อน พร้อมจะลุยขึ้นไปอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่นี่ไม่มีร้านอาหารให้บริการจึงต้องแวะซื้อข้างทางเตรียมเสบียงไว้ทานมื้อเที่ยง จากนั้นขับรถมุ่งสู่เส้นทาง 1256 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เที่ยวชม ดอกชมพูภูคา (ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์)ชมเต่าร้างยักษ์ พันธุ์ไม้หายาก และพันธุ์ไม้ต่างๆ ในป่า ชมน้ำตกหลายแห่งในอุทยานฯ ช่วงบ่ายออกจากดอยภูคา แวะชม บ่อเกลือกลางหุบเขา ที่อำเภอบ่อเกลือมีที่เดียวในประเทศไทย บริเวณนี้จะมีร้านอาหารตามสั่งข้างทาง แวะทานมื้อเย็นหรือนำกลับมาทานที่แค้มป์บริเวณอุทยานฯ
วันที่หก ดื่มชา-กาแฟ เป็นอาหารเช้าง่ายๆ ก่อนออกเดินทางต่อโดยใช้เส้นทาง1081 เข้าสู่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ แวะไปเที่ยว จุดผ่อนปรนห้วยโกร๋น ทำเอกสารใบผ่านแดน โดยใช้บัตรประชาชน และรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูปพร้อมค่าธรรมเนียม จากนั้นขับรถข้ามไปเที่ยวยัง เมืองเงิน และเมืองหงสา ที่ สปป.ลาว ที่นี่สงบเงียบเต็มเปี่ยมไปด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของเมืองเล็กๆ มีร้านอาหารตามสั่ง(อาหารไทย)ขายนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย ทานอาหารเที่ยงที่เมืองเงินแล้วเดินทางต่อไปที่ เมืองหงสา ซึ่งห่างจากด่าน 35 กม.จากจุดนี้สามารถเดินทางไปยัง เมืองหลวงพระบาง และ มณฑลยูนาน ของจีนได้ แต่โปรแกรมนี้แนะนำเมืองเงิน เมืองหงสาก่อน จากนั้นกลับมาที่ ด่าน และใช้เส้นทาง 1080 พักที่ โรงแรมป่าปัวภูคา อำเภอปัวอีกคืนหนึ่ง เนื่องจากที่อำเภอเชียงกลางไม่มีที่พัก
วันที่เจ็ด ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเตรียมไว้ให้ อิ่มแล้วเก็บสัมภาระแพ็คใส่กระเป๋า เตรียมพร้อมจะเดินทางกลับกรุงเทพ ควรออกเดินทางแต่เช้าจะได้มีเวลาแวะซื้อของฝากตามรายทาง กว่าจะถึงกรุงเทพก็ค่ำพอดี

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โปรแกรมที่ 1 กรุงเทพ –แพร่-พะเยา(4วัน)

ตามรอยอารยธรรมล้านนา
ระยะสั้น 4-5 วัน
โปรแกรมที่ 1 กรุงเทพ แพร่-พะเยา(4วัน)
วันแรก เริ่มออกเดินทางจาก กรุงเทพ แต่เช้าสัก 09.00 น. ทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย จากนั้นออกเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1  ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่อำเภอวังน้อย ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมาณก่อนเที่ยงแวะพักทานอาหารที่ แม่ลาปลาเผ่าสิงห์บุรี สังเกตง่ายๆ ทางเข้ามีขวดใหญ่ๆ ที่สะดุดตา จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 เข้าสู่ จังหวัดพิษณุโลก เข้านมัสการ พระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในโลก และเป็นที่นับถือของชาวไทย ณ วัดพระศรีมหาธาตุ อยู่บนถนนพุทธบูชาริมแม่น้ำน่าน ใจกลางเมืองพิษณุโลก จากนั้นเข้าสู่ จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้านมัสการ อนุสาวรีย์พญาพิชัยดาบหัก ที่ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด ผ่านตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 11 เข้าสู่ตัวเมืองแพร่ รับประทานอาหารเย็นที่ ตลาดโต้รุ่ง บนถนนรอบเมืองและแวะซื้อสินค้าที่คล้ายๆ กับตลาดคลองหลอดในกรุงเทพ เข้าพักใน จังหวัดแพร่ ซี่งมีที่พักให้เลือกมากมายตามใจชอบ หรือจะพักที่โรงแรมนครแพร่ บนถนนราษฏร์ดำเนินในเมืองก็ได้
วันที่สอง เริ่มต้นเดินทางจากตัวเมืองแพร่ ตื่นแต่เช้าแวะไปฝากท้องที่ร้านโต้รุ่งในเมือง ที่มีทุกอย่างทั้งโจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วก็เดินทางไปตามถนนสายแพร่-ช่อแฮ(ทางหลวงหมายเลข 1022) ประมาณ 9-10 กม. เพื่อนมัสการองค์ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองแพร่ เพื่อเป็นศิริมงคล เลยพระธาตุช่อแฮไปอีกเล็กน้อยประมาณ 1 กม.ในเส้นทางเดียวกัน นมัสการ พระธาตุจอมแจ้ง ซึ่งเป็นพระธาตุสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองแพร่ จากนั้นขับรถคู่ใจหมุนพวงมาลัยกลับเข้ามาในเมืองบริเวณถนนยันตรกิจโกศล เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้าน ครัวยมหอม ใน โรงแรมแม่ยมพาเลส อิ่มอร่อยพอมีแรงขับรถต่อเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1023 แวะชม บ้านประทับใจ บ้านทรงไทยที่สวยงาม มีเสาไม้ใหญ่ 130 ต้น สวยงามตระการตา บ่ายแก่ๆ ไปเที่ยวชมอุทยาน แพะเมืองผี เสาดินรูปร่างประหลาด สวยงามแปลกตา ขากลับเข้าถนนยันตรกิจโกศลแวะที่ บ้านทุ่งโฮ้ง เพื่อซื้อผ้าม่อฮ่อม สินค้าขึ้นชื่อเมืองแพร่ จากนั้นกลับมาใน เมืองหาอาหารพื้นเมืองทานมื้อเย็นหรือทานที่ห้องอาหารในโรงแรมนครแพร่ก็สะดวกดี จากนั้นพักผ่อนอีก 1 วัน
วันที่สาม เดินทางสู่เมืองพะเยาด้วยทางหลวงหมายเลข 103 แยกเข้าสู่ตัวเมืองบนทางหลวง หมายเลข 1 เที่ยวชม วัดพระศรีโคมดำ บนถนนพหลโยธิน นมัสการ พระเจ้าตนหลวง พระคู่บ้านคู่เมืองพะเยา จากนั้นแวะชม หอวัฒนธรรมนิทัศน์ ที่อยู่ใกล้กับวัดพระศรีโคมดำ เพื่อศึกษาวิถีชีวิต และความเป็นมาของเมืองพะเยา รับประทานอาหารในตัวเมือง ที่มีอยู่หลายร้านทั้งร้านวังทอง ร้านศรีสกุล ฯลฯ จากนั้นเดินทางไปเที่ยว วัดศรีอุโมงคำ บริเวณสี่แยกศาลหลักเมือง หลังจากเที่ยววัดชมโบราณสถานมากมายแล้ว แวะมาพักผ่อนหย่อนใจที่ กว๊านพะเยา บนถนนชายฝั่ง ชมธรรมชาตินั่งเรือเล่น และรับประทานอาหารเย็นบริเวณริมฝั่ง ให้บรรยากาศโรแมนติกอย่าบอกใคร หรือเลือกทานอาหารใน ร้านชายกว๊าน บริเวณกว๊านพะเยารสชาติเยี่ยมยอด หลังจากนั้นเข้าพักในตัวเมืองที่ พะเยาโฮเต็ล บนถนนพหลโยธิน
วันที่สี่ รุ่งเช้าเก็บกระเป๋าเดินทางกลับกรุงเทพ หลังจากรับประทานอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ในตลาดพะเยา จากนั้นตรงดิ่งกลับกรุงเทพในช่วงเที่ยงวันแวะเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านแพกรุงเก่า ที่อยู่บนถนนโรจนะเมื่องข้ามสะพานพระนเรศวรมหาราช มาแล้วให้เลี้ยวขวา หลังจากรับประทานอาหารอย่างอิ่มอร่อยแล้ว เข้าแวะชมเมืองหลวงเก่าของไทย ชม วัดพระศรีสรรเพชร ในเกาะเมือง จากนั้นนมั้สการ หลวงพ่อพระมงคลบพิตร ที่วัดมงคลบพิตรอยู่ทางด้านใต้ของวัดพระศรีสรรเพชร เพื่อเป็นสิริมงคลอีกครั้ง เดินทางกลับสู่กรุงเทพในช่วงเย็น